โครงการสร้างพลังแห่งการเรียนรู้สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี
(Empowering Learning for the Future with Technology)

1. ความเชื่อมโยง/ความสอดคล้องกับแผนระดับต่าง

    1.1 ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
    1.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566- 2580) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้
         
ป้าหมายระดับประเด็น คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
         แผนย่อยของแผนแม่บทฯ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
         เป้าหมายแผนแม่บทย่อย คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตดีขึ้น
    1.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
          หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
          เป้าหมายที่ 2 กำลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสร้างงานอนาคต
    1.4 นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2568-2569
          ข้อ 2 ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง
          ข้อย่อย 2.10 นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ
    1.5 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2568 – 2569
          ข้อ 3 ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
          ข้อย่อย 3.3 ส่งเสริมให้มีการต่อยอดแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
         ข้อ 10 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ทันสมัย
         ข้อย่อย 10.2 พัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านภาษาและเทคโนโลยีดิจิทัลด้านวิชาการและทักษะการสอน ด้านจิตวิญญาณและความเป็นมืออาชีพ และทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็น
    1.6 กลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ 2569
           ข้อ 2 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
    1.7 Quick win 1.1.1 สนับสนุนและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ เพื่อลดภาระงานด้านเอกสารและการประเมิน
    1.8 แผนงาน แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้
          ผลผลิต/โครงการ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน
          กิจกรรมหลัก สร้างพลังแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี

2.หลักการและเหตุผลความจำเป็น

     การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบการศึกษาอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการบริหารจัดการเรียนรู้ การออกแบบสื่อการสอน การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน ตลอดจนการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนไทยให้มีทักษะดิจิทัลและสมรรถนะสำคัญเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ 2569 ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ สพฐ. จึงให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา ครู และนักเรียน ให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในทุกมิติ
   นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษา วิจัย ที่รองรับความสำคัญและความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียน ยกตัวอย่าง เช่น

  1. งานวิจัยของ Ng et al. (2023) ในวารสาร Computers & Education พบว่า โรงเรียนที่พัฒนาระบบข้อมูลนักเรียนแบบรวมศูนย์ (Student Information System) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการเรียนรู้ และลดภาระงานเอกสารของครูได้ถึง 35–40 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งช่วยให้ผู้บริหารและครูสามารถใช้ข้อมูลในการวางแผนการสอนและติดตามผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง
    ความจำเป็นของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในโรงเรียน เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้และลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของครู
  2. Artificial Intelligence‑Driven Transformation of Educational Governance Modelsโดย Gao & Chen (2025) — พบว่าองค์กรการศึกษาที่ใช้ AI ในการบริหารจัดการ รายงานว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ได้ถึงราว 35% ในบางกรณี
  1. บทความ “AI จะลดช่องว่างการเรียนรู้ในโรงเรียนของประเทศไทยได้หรือไม่” โดยมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่มารีนา ปาทรีเย , คยองซอน คิม เผยแพร่ครั้งแรกที่ The Standard วันที่ 26 มกราคม 2568 ต้นฉบับภาษาอังกฤษเผยแพร่ครั้งแรกทาง The Bangkok Post วันที่ 27 มกราคม 2568 สรุปสาระสำคัญ คือ โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการศึกษา โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีเด็กกว่า 128 ล้านคน
    ไม่ได้ไปโรงเรียน และอีกจำนวนมากขาดทักษะพื้นฐาน แม้เรียนจบประถมศึกษา และจากการสำรวจพบว่า แม้ว่า 97% ของโรงเรียนไทยมีอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่ก็ยังมีช่องว่างใหญ่ระหว่างเมืองกับชนบท ดังนั้น ในวันการศึกษาสากลปีนี้ (24 มกราคม 2568) จึงเน้นประเด็น เรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการพลิกโฉมระบบการศึกษา โดยมีเป้าหมายคือ การสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและตอบโจทย์อนาคต เพราะ AI มีศักยภาพในการปรับการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพการสอน และขยายโอกาสเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ (เผยแพร่ใน https://www.unesco.org/th/articles/aicaldchxngwangkareriiynruuinorngeriiyninpraeth-sithyidhruuexim โดย มิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ , มารีนา ปาทรีเย , คยองซอน คิม 25.01.2025 )
  1. งานวิจัย “ผลการใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ สำหรับเด็กประถมศึกษา”ของวรรณี สุจจิตร์จูล, นลินทิพย์ คชพงษ์, อุบลรัตน์ ตรีพงษ์พันธุ์, กฤติยา คงแท่น และสุพจน์ เฮงพระพรหม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 ในจังหวัดนครปฐม ใช้นวัตกรรม AI จำนวน 5 โมดูล สอนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ ผลการเรียน (pre-test/post-test) มีการเปลี่ยนแปลงในทางบวก